เดิม เดิม

posted on 28 Apr 2011 19:18 by moonlady

คุณเคยรุสึกแบบนี้มั้ย

,

,

,

ในตอนที่ทำผิด เราเอง

ที่เคยสัญญากับตัวเอง

ว่าจะไม่กลับมาทำแบบนี้อีกแล้ว

อยากได้โอกาศ

ให้ได้กลับมาแก้ตัวใหม่

,

,

เวลาผ่านไป

,

,

ความรู้สึกแบบนั้นมันเริ่มเลือนลาง

สิ่งที่ยังหลงเหลื่ออยุ

มีเพียง ความมั่นใจ

ฉันได้เปลี่ยนไปแล้ว

,

,

แต่..

ความรุสึกแบบนั้นกลับอยุกับเราไม่นาน

"มัน"กลับมาอีกครั้ง

นี่ฉันกำลังจะกลับไปเป็นแบบเดิม

อีกแล้ววหรือ?

,

,

ไม่ได้

,

ฉันควรถนอมโอกาศที่เคยได้รับ

ไห้อยู่กับตัวฉันตลอดไป

,

,

อย่าอยากได้อะไรให้มากเกินตัว

อย่าต้องการอะไร

ที่ยังมองไม่เห็นเป็นรุปเปนร่าง

มันยังเป็นแค่อากาศที่เลือนราง

,

,

ไม่เช่นนั้น

ฉันเอง มิใช่หรือ

ที่จะไม่เหลืออะไรเลย

อิตถีลีลา เทพธิดา...?

posted on 04 Sep 2009 14:00 by moonlady

 

"...ดูคู่รักเหล่านั้นสิ

ดวงตาของพวกเขาฉายแววแห่งความสุข

เหมือนกับได้ลอยขึ้นไปสู่อวกาศ"

...

"...มองดูดีๆสิเจ้าหนุ่มว่าใบหน้าที่สะท้อนกับแสงไฟจากเสาไฟต้นนั้น

มันมีสีสันของต้นไม้แห่งชีวิตรึขาวซีดสักเพียงใด"

.

.

.

"..ผมนึกเรื่องอะไรขำๆขึ้นมาได้

พอดีหมาตัวเมียที่บ้านมันท้อง

ผมเลยรุ้สึกว่าวันนี้อยากป่วยกระทันหัน

ไม่รุ่สิ คุณว่าขำมั้ย ?"

...

"...แกกำลังจะเลิกกับฉันล่ะสิ

หึ รู้มั้ย คุณเลือกเนคไทได้ห่วยมาก"

.

.

.

นีเป็นบทสนทนาของตัวละครสี่ตัว

จาก ละครเวทีของคณะอักษร ม.ศิลปากร

เรื่อง "อิตถีลีลา เทพธิดาแห่งคืนที่ร้อย"

เนื่อเรื่องไม่มีอะไรมาไปกว่าการตีความจากตัวละครที่ชื่ออิตถีลีลา

ซึ่งเป็นหญิงแก่อายุเก้าสิบเก้า

 

...

ในอดีตเธอเคยเป็นหญิงงามมากเกินจะหาใดเปรียบ

มีชายหนุ่มมากมายหลงใหลในความงามของเธอ

แต่คืนนี้อิตถีลีลาวัยเก้าสิบเก้า

กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ในสวนสาธารณะ

สนทนากันถึงอดีตที่น่าเศร้ากับปัจจุบันอันแสนหดหู่ของชายหนุ่มขี้เมา

และวัยสิบเก้าปีที่สวยงาม ซึ่งห้อมล้อมไปด้วยผู้คน

ที่หลงไหลในความงามและถ้อยคำอันเลิศหรูของอิตถีลีลา

หญิงแก่ที่น่าเกลียด น่าสะอิดสะเอียน

กลายเป็นความสวยงามน่าหลงไหล ทันทีในสายตาของชายหนุ่ม

เขาหลงรักเธอ

และทันทีที่ "เขา" เอ่ยชม "เธอ" ร่างผอมๆโทรมๆนั้นก็ล้มลง

และ ...ตาย

 

.

.

.

ในชีวิตของคนเราที่เกิดมานั้น

ต่างมี "ต้นไม้แห่งชีวิต"อยู่ตนละต้น

หากเมื่อใดที่ลุ่มหลงอยู่กับสิ่งใด

จนลืมความเป้นตัวตนที่แท้จริงภายในตัวเรา

ชีวิตของเราก็ย่อมจะ "ตาย" ไปพร้อมกับต้นไม้นั้น

แต่หากเมื่อใดที่รู้สึกได้ถึงความเป็นจริงที่เป็นอยู่

เมื่อนั้นเราก็จะ "ตื่น" จากการหลับไหลขึ้นมาอีกครั้ง

.

.

.

แล้วคุณล่ะ ? ตื่นหรือหลับอยู่

...

 

 

 

หลายวันที่ผ่านมามี่ข่าวที่ดังสะเทือนโลกอยู่เยอะแยะ

ไม่ว่าจะเป็นข่าวคราวการจากไปของคนสำคัญอย่างไมเคิล

อาหมวยน้อยลืมตาแล้ว

แต่อีกข่าวที่มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน

คงจะเป็น โรคระบาดที่ทำเอาหลายๆประเทศวุ่นไปตามๆกัน

อย่างไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009

ที่ไม่ได้ยาวแต่ชื่อเท่านั้น

เพราะรายชื่อประเทศที่ติดหวัดนี้ยาวเป็นหางว่าวไม่แพ้กัน

ฟังข่าวเมื่อวานนี้

ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตแล้วถึง 11 คน

มีตั้งแต่เด็กประถมไปจนถึงผู้ใหญ่วัยปลดเกษียณ

ทำเอากระทรวงสาธารณสุขเดากันไม่ถูกเลยทีเดียว

ว่ากลุ่มเสี่ยง(กลุ่มเป้าหมาย)ของโรคนี้อยุ่ในกลุ่มใด

ยิ่งมีการให้ข่าวว่า

ผู้ป่วยบางรายสามารถหายเองได้โดยไม่ต้องใช้ยารักษา

เนื่องจากมีภูมิคุ้มกันดีเยี่ยม

อ้าว แล้วไอ้หลายคนที่ภูมิคุ้มกันมีน้อยล่ะ

ซึ่งแม้ว่าจะรักษาด้วยยาแล้ว

ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหาย

แถมยังมีอาการแทรกซ้อนจากเชื้อไวรัส

ทำให้มีโรคอื่นเข้ามาช่วยกันรุมสะกรำอีก

จนภูมิคุ้มกันตัวน้อยๆไม่สามารถรับมือได้

ปล่อยให้เจ้าของร่างนั้นรับชะตากรรมดังเช่น 11 รายนั้น

นอกจากนั้น

ในช่วงหน้าฝนนี้ยังมีไข้หวัดตามฤดูกาลอีก

แม้ว่าจะไม่รุนแรง

แต่ก็ทำให้สับสนได้ไม่ยาก

ว่าอันไหนฤดูกาล อันไหนสายพันธุ์ใหม่

มิหนำซ้ำ การระมัดระวังตัวด้วยการใส่หน้ากากอนามัย(ผ้าปิดจมูก)

ไม่ได้ช่วยอะไรเลย

ถ้าหากผู้ที่ติดเชื้อนั้นยังไม่รู้ และไม่ป้องกันให้แก่ผู้อื่น

เช่นหากเราสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกัน

แต่มีผู้ซึ่งติดเชื้อมาไอ จาม รดข้าวของเรา

ขณะเดินไปยังโต๊ะเพื่อรับประทานอาหาร

เชื้อก็จะอยู่ในข้าวที่เรากิน

...

อ้าว แล้วใส่  "หน้ากาก"เ พื่ออะไร ?

...

 

และเราใส่หน้ากากอนามัยขึ้นโหนรถเมล์

มือเราสัมผัสกับเชื้อ

มีแมลงบินมาเข้าตา เราขยี้ตา

และเรา.. "ติดเชื้อ"

...

นี่คือข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น

แม้ว่าเราจะ "ป้องกัน" ดีสักเพียงใด

หากผู้ติดเชื้อไม่ช่วย "ป้องกัน" ให้กับผู้อื่น

การป้องกันนั้นก็จะไร้ความหมาย

แต่ในทางกลับกัน

หากเราเรียนรู้ที่จะป้องกันอย่างถูกวิธี

โรค "ใหญ่ๆ"  อย่างไข้หวัดใหญ่ 2009

ก็จะกลายเป็นเรื่อง "เล็กๆ"  ไปในที่สุด.

.

.

ปล.หากสงสัยว่าจะเป็นหวัด

กรุณาไปตรวจเช็คให้แน่นอน

จะได้มีวิธีป้องกันและรักษา